หลายคนที่กำลังจะเปิดร้านอาหารหรือร้านกาแฟมักมีคำถามเดียวกันผุดขึ้นมาก่อนสั่งทำป้ายไฟ นั่นคือป้ายไฟกินไฟเท่าไหร่ กลัวว่าเปิดทั้งวันทั้งคืนแล้วบิลค่าไฟจะพุ่งจนกระทบต้นทุนร้าน ความกังวลนี้เข้าใจได้ดี เพราะค่าไฟฟ้าเป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือนไม่มีเว้น
ความจริงคือป้ายไฟหน้าร้านยุคนี้ส่วนใหญ่ใช้ระบบ LED ซึ่งกินไฟน้อยกว่าหลอดไฟแบบเก่าอย่างหลอดนีออนหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์มาก บทความนี้จะพาไปดูตารางคำนวณค่าไฟตามขนาดป้ายจริง สอนสูตรคำนวณด้วยตัวเองแบบทำตามได้ทันที พร้อมบอกปัจจัยที่ทำให้ค่าไฟสูงหรือต่ำ และเทคนิคลดค่าไฟป้ายไฟเพิ่มเติม เพื่อให้ตัดสินใจติดตั้งได้อย่างมั่นใจก่อนควักกระเป๋าจ่ายจริง
สรุปประเด็นสำคัญ
ก่อนอ่านเนื้อหาแบบเต็ม เราสรุปประเด็นที่สำคัญที่สุดไว้ให้อ่านเร็วๆ ตรงนี้ก่อน
- ป้ายไฟ LED กินไฟน้อยกว่าที่หลายคนกังวลมาก บางขนาดใช้ไฟไม่ถึง 1 บาทต่อวันด้วยซ้ำ
- มีสูตรคำนวณค่าไฟป้ายไฟง่ายๆ ที่นำไปคำนวณเองได้ทันทีจากกำลังวัตต์และชั่วโมงใช้งาน
- ขนาดป้าย คุณภาพหลอด และชั่วโมงเปิดใช้งานคือปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าไฟต่างกัน
- ติดตั้งตัวตั้งเวลาหรือเซ็นเซอร์แสงช่วยลดค่าไฟป้ายไฟได้อีกโดยไม่ต้องลดความสว่าง
- ควรเลือกผู้ผลิตที่ใช้วัสดุคุณภาพดีและให้คำปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจสั่งทำ
ป้ายไฟกินไฟเท่าไหร่? ตารางคำนวณค่าไฟตามขนาดจริง

ป้ายไฟกินไฟเท่าไหร่ตอบได้ตรงๆ ด้วยตัวเลขคือป้ายไฟ LED ส่วนใหญ่ใช้กำลังไฟเพียง 6 ถึง 25 วัตต์เท่านั้น ต่ำกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นในร้าน เช่น แอร์หรือตู้แช่ หลายสิบเท่า เมื่อคิดเป็นค่าไฟฟ้าต่อหน่วยในปี 2569 ที่ประมาณ 4 บาทต่อหน่วยเป็นฐานคำนวณ จะเห็นว่าค่าไฟต่อชั่วโมงของป้ายไฟแต่ละขนาดอยู่ในหลักสตางค์เท่านั้น ตารางด้านล่างนี้แสดงให้เห็นชัดว่าป้ายไฟขนาดใหญ่ขึ้นไม่ได้ทำให้ค่าไฟพุ่งขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน เพราะเทคโนโลยี LED ให้แสงสว่างมากโดยใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย

ตัวเลขในตารางเป็นค่าประมาณเพื่อวางแผนงบประมาณเบื้องต้น ค่าไฟจริงอาจขยับขึ้นลงเล็กน้อยตามอัตราที่การไฟฟ้ากำหนดและประเภทมิเตอร์ที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นมิเตอร์บ้านหรือมิเตอร์กิจการ
วิธีคำนวณค่าไฟป้ายไฟด้วยตัวเอง

วิธีคำนวณค่าไฟป้ายไฟด้วยตัวเองทำได้ง่ายๆ ด้วยสูตรเดียว คือค่าไฟต่อเดือนเท่ากับค่าไฟต่อชั่วโมงคูณจำนวนชั่วโมงที่เปิดใช้งานต่อวัน แล้วคูณจำนวนวันที่เปิดในหนึ่งเดือน สูตรนี้ใช้ได้กับป้ายไฟทุกขนาดตามตารางด้านบน เพียงแค่แทนค่าตัวเลขให้ตรงกับป้ายที่เลือกใช้งานจริง
ลองยกตัวอย่างร้านกาแฟที่เปิดป้ายไฟขนาด 60 ซม. ซึ่งกินไฟ 0.048 บาทต่อชั่วโมง เปิดใช้งานวันละ 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 30 วันต่อเดือน จะคำนวณได้ว่าค่าไฟต่อวันอยู่ที่ 0.576 บาท และเมื่อคูณ 30 วันจะได้ค่าไฟต่อเดือนเพียง 17.28 บาทเท่านั้น ตัวเลขนี้ต่ำมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้ในแง่การดึงดูดลูกค้าให้เดินเข้าร้าน
ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อค่าไฟป้ายไฟหน้าร้าน
ค่าไฟป้ายไฟหน้าร้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดป้ายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขบนบิลค่าไฟแต่ละร้านต่างกัน ปัจจัยหลักที่ควรรู้มีดังนี้
- ขนาดของป้าย เป็นตัวแปรแรกที่เห็นชัด เพราะป้ายที่ใหญ่ขึ้นต้องใช้หลอด LED จำนวนมากขึ้นเพื่อให้แสงกระจายทั่วแผ่น แต่ก็อย่างที่เห็นในตารางก่อนหน้านี้ว่ากำลังวัตต์เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าขนาดที่โตขึ้นมาก
- คุณภาพของหลอด LED มีผลไม่แพ้กัน เพราะหลอดคุณภาพดีให้แสงสว่างทั่วถึงโดยใช้พลังงานน้อยกว่าหลอดคุณภาพต่ำที่ต้องเปิดไฟแรงชดเชยจุดมืด
- จำนวนชั่วโมงที่เปิดใช้งานต่อวัน เป็นตัวกำหนดสำคัญ ร้านที่เปิดยาวถึงดึกหรือเปิดป้ายไฟตลอด 24 ชั่วโมงย่อมมีค่าไฟสะสมมากกว่าร้านที่เปิดเฉพาะกลางวัน
- อัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วยที่แตกต่างกันตามประเภทมิเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นมิเตอร์ที่พักอาศัยหรือมิเตอร์กิจการ ซึ่งควรตรวจสอบจากใบแจ้งค่าไฟจริงของร้านเพื่อคำนวณให้แม่นยำที่สุด
ป้ายไฟ Indoor กับ Outdoor กินไฟต่างกันไหม

ป้ายไฟ Indoor กับ Outdoor กินไฟไม่ต่างกันมากนักหากใช้หลอด LED รุ่นเดียวกันและขนาดเท่ากัน เพราะตัวแปรหลักที่กำหนดปริมาณไฟคือระบบไฟภายในป้าย ไม่ใช่ตำแหน่งที่ติดตั้ง สิ่งที่ต่างกันจริงๆ คือวัสดุและความทนทานที่ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ป้ายต้องเจอ
ป้ายที่ติดตั้งกลางแจ้งควรเลือกวัสดุที่ทนแดดทนฝนโดยเฉพาะ เพราะหากเลือกวัสดุที่ไม่เหมาะสม ป้ายอาจเสื่อมสภาพเร็วจนต้องเปลี่ยนหลอดหรือแผ่นป้ายบ่อยกว่าปกติ ซึ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็นในระยะยาว ป้ายกล่องไฟสำเร็จรูปทรงสี่เหลี่ยมหรือวงกลมทั่วไปจึงมักแนะนำให้ติดตั้งในจุดที่มีหลังคาหรือกันสาดช่วยบัง ส่วนป้ายไฟตั้งพื้นแบบล้อเลื่อนรุ่น Outdoor ที่มีกุญแจล็อคจะออกแบบมาให้ตั้งกลางแจ้งได้โดยตรง
วิธีลดค่าไฟป้ายไฟให้ประหยัดยิ่งขึ้น

แม้ป้ายไฟ LED จะกินไฟน้อยอยู่แล้ว แต่ยังมีวิธีลดค่าไฟป้ายไฟให้ประหยัดขึ้นไปอีกได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องลดทอนความสวยงามหรือความสว่างของป้าย ลองพิจารณาวิธีต่อไปนี้
- เลือกขนาดป้ายให้เหมาะสมกับพื้นที่หน้าร้านและระยะการมองเห็นจากถนนจริง ไม่จำเป็นต้องเลือกขนาดใหญ่ที่สุดเสมอไป เพราะขนาดที่พอดีก็ช่วยประหยัดทั้งค่าไฟและงบประมาณตั้งแต่การซื้อ
- ติดตั้งตัวตั้งเวลาหรือเซ็นเซอร์วัดแสง เพื่อให้ป้ายเปิดเฉพาะช่วงเย็นถึงดึกที่มีลูกค้าสัญจรมากที่สุด แทนที่จะเปิดทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่จำเป็น
- ดูแลรักษาป้ายให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะฝุ่นหรือคราบสกปรกที่เกาะบนแผ่นอะคริลิกอาจทำให้แสงดูหม่นลง จนต้องเปิดไฟแรงขึ้นเพื่อชดเชยความสว่างที่หายไป
- เลือกอแดปเตอร์คุณภาพดี เพราะอแดปเตอร์ที่ด้อยคุณภาพมักสูญเสียพลังงานระหว่างการแปลงไฟมากกว่าที่ควรจะเป็น
เลือกป้ายไฟคุณภาพดีอย่างไรให้ประหยัดไฟระยะยาว

การเลือกป้ายไฟคุณภาพดีตั้งแต่แรกคือกุญแจสำคัญของการประหยัดไฟในระยะยาว เพราะวัสดุคุณภาพสูงอย่างระดับ 3M ช่วยให้ป้ายทนแดดทนฝนได้นานขึ้น ลดโอกาสที่หลอด LED หรือแผ่นป้ายจะเสื่อมสภาพเร็วจนต้องซ่อมหรือเปลี่ยนบ่อย ซึ่งทางอ้อมก็ช่วยลดต้นทุนพลังงานสะสมของร้านไปในตัว
108 Lightbox เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่นำเสนอป้ายกล่องไฟราคาเริ่มต้นเพียง 890 บาท พร้อมบริการออกแบบและให้คำปรึกษาฟรีเรื่องขนาดและระบบไฟที่เหมาะกับงบประมาณของแต่ละร้าน ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในธุรกิจป้ายไฟ ทีมงานสามารถแนะนำได้ว่าร้านแบบไหนควรใช้ป้ายไฟขนาดเท่าไหร่ และระบบไฟแบบใดที่คุ้มค่ากับการใช้งานจริงที่สุด
ราคาป้ายไฟหน้าร้านเทียบกับค่าไฟที่ต้องจ่าย
การตัดสินใจติดตั้งป้ายไฟหน้าร้านควรมองทั้งสองส่วนควบคู่กัน คือค่าติดตั้งครั้งเดียวและค่าไฟรายเดือนที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง ป้ายกล่องไฟขนาด 20×40 ซม. มีราคาเริ่มต้นประมาณ 1,190 บาท ส่วนขนาด 40×60 ซม. อยู่ที่ราวๆ 2,390 บาท ขณะที่ป้ายไฟตั้งพื้นแบบล้อเลื่อนมีช่วงราคากว้างตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาทขึ้นอยู่กับขนาดและวัสดุที่เลือกใช้
เมื่อนำค่าไฟรายเดือนที่คำนวณได้จากตารางก่อนหน้ามารวมเข้ากับราคาติดตั้ง จะเห็นว่าภาพรวมค่าใช้จ่ายยังคงอยู่ในระดับที่ธุรกิจขนาดเล็กรับได้สบายๆ เพราะค่าไฟที่เพิ่มขึ้นต่อเดือนมักอยู่ในหลักสิบถึงหลักร้อยบาทเท่านั้น เมื่อเทียบกับประโยชน์ด้านการสร้างแบรนด์และดึงดูดลูกค้าที่ป้ายไฟมอบให้ตลอดอายุการใช้งาน การลงทุนติดตั้งป้ายไฟจึงยังคุ้มค่าอยู่มากในระยะยาว
สรุป
ป้ายไฟกินไฟเท่าไหร่คือคำถามที่ตอบได้อย่างมั่นใจแล้วว่าไม่ได้กินไฟมากอย่างที่หลายคนกังวลก่อนหน้านี้ ด้วยเทคโนโลยี LED ที่ให้แสงสว่างคมชัดโดยใช้พลังงานเพียงไม่กี่วัตต์ ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นต่อเดือนจึงอยู่ในระดับที่แทบไม่กระทบต้นทุนโดยรวมของร้าน แม้จะเปิดใช้งานต่อเนื่องทุกวันตลอดทั้งเดือนก็ตาม
สำหรับใครที่กำลังมองหาป้ายไฟหน้าร้านที่ทั้งประหยัดไฟและคุ้มค่ากับงบประมาณ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง 108 Lightbox ก่อนตัดสินใจจะช่วยให้เลือกขนาด วัสดุ และระบบไฟที่เหมาะกับลักษณะหน้าร้านและงบประมาณของตัวเองได้แม่นยำขึ้น พร้อมมั่นใจได้ว่าป้ายไฟที่ติดตั้งจะสวยงาม ทนทาน และไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
ป้ายไฟ LED กินไฟกี่หน่วยต่อเดือน
ป้ายไฟ LED ขนาดกลางที่ใช้กำลังไฟประมาณ 12-20 วัตต์ เปิดใช้งานวันละ 12 ชั่วโมง จะใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 1 หน่วย (kWh) ต่อวัน เมื่อคำนวณเป็นรายเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 4-7 หน่วยเท่านั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นในร้าน
ป้ายไฟ Acrylic กินไฟเท่าไหร่ ต่างจากป้ายไฟทั่วไปไหม
อะคริลิกเป็นวัสดุที่ใช้ทำแผ่นป้าย ไม่ใช่ตัวกำหนดปริมาณไฟที่ใช้ ตัวแปรหลักที่ทำให้กินไฟมากหรือน้อยคือระบบหลอด LED ที่ติดตั้งอยู่ด้านในกล่องไฟ ดังนั้นป้ายอะคริลิกจึงกินไฟเท่ากับป้ายทั่วไปที่ใช้หลอดชนิดและกำลังวัตต์เดียวกัน
ป้ายไฟกล่องไฟกินไฟเท่าไหร่เมื่อเทียบกับป้ายไฟโฆษณาขนาดใหญ่
ป้ายกล่องไฟขนาดเล็กหน้าร้านใช้ไฟเพียง 6-25 วัตต์ ขณะที่ป้ายไฟโฆษณา Outdoor ขนาดใหญ่ที่ใช้หลอดจำนวนมากอาจกินไฟหลายร้อยวัตต์ถึงหลักกิโลวัตต์ ความต่างนี้มาจากพื้นที่แผ่นป้ายและจำนวนหลอดที่ต้องใช้เพื่อให้แสงกระจายทั่วถึง
เปิดป้ายไฟทั้งคืนทุกวันจะทำให้ค่าไฟแพงขึ้นมากไหม
การเปิดป้ายไฟตลอด 24 ชั่วโมงย่อมทำให้ค่าไฟสูงกว่าการเปิดเฉพาะช่วงกลางคืนราวสองเท่า แต่เมื่อเทียบเป็นตัวเลขจริงก็ยังอยู่ในหลักสิบถึงร้อยกว่าบาทต่อเดือนเท่านั้น หากต้องการประหยัดเพิ่ม แนะนำติดตั้งตัวตั้งเวลาให้เปิดเฉพาะช่วงที่มีลูกค้าสัญจรมากที่สุด
ป้ายไฟ LED ราคาถูกกินไฟมากกว่าป้ายไฟราคาแพงหรือไม่
ราคาถูกไม่ได้แปลว่ากินไฟมากกว่าเสมอไป สิ่งที่มีผลต่อการใช้พลังงานจริงคือคุณภาพของหลอด LED และอแดปเตอร์ที่ใช้แปลงไฟ หลอดและอแดปเตอร์คุณภาพต่ำมักสูญเสียพลังงานมากกว่า ทำให้กินไฟเพิ่มขึ้นแม้ราคาป้ายจะถูกกว่าก็ตาม


